Google
 

Saturday, April 3, 2010

"สามพันโบก" โลกตะลึง!!!

โขดหินน้อยใหญ่แห่งสามพันโบก อันมีสายน้ำโขงกั้นกลาง
หลังจากเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ในภาพยนตร์โฆษณาชวนเที่ยวเมืองไทยของ ททท.พี่เบิร์ดนำแสดง ชื่อของ “สามพันโบก” ก็โด่งดังในพริบตาพร้อมๆ กับการเปิดโลกอันชวนตื่นตะลึงของดินแดนแห่งนี้สู่สาธารณชน นั่นทำให้ “ตะลอนเที่ยว” อดหัวใจเต้นแรงตุ๊มๆ ต่อมๆ ไม่ได้เมื่อรู้ว่าจะได้มีโอกาส ไปเยือนสามพันโบก ดินแดนที่ได้รับฉายาว่า “แกรนด์แคนยอนแห่งสยาม”

“สามพันโบก” ตั้งอยู่ที่บ้านโป่งเป้า ต.เหล่างาม อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี ซึ่งเมื่อมาถึงที่นี่ เราเลือกใช้บริการที่พักแบบโฮมสเตย์ของ อ.เรืองประทิน เขียวสด ที่บ้านสองคอน หนึ่งในผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนบุกเบิกสามพันโบก

สามพันโบกดินแดนที่ได้รับฉายาว่า แกรนด์แคนยอนแห่งสยาม
ด้วยความรีบร้อนเพราะใจ ไปอยู่สามพันโบก จึงอยากรีบลงไปชมโบกโดยเร็วทั้งที่แดดเปรี้ยงๆ อ.เรืองประทินรีบห้ามไว้พร้อมแนะนำว่า “การลงดูสามพันโบก คนฉลาดไม่ไปตอนเที่ยงหรอก ต้องดูตอนพระอาทิตย์ขึ้นในช่วงเช้าไปจนถึง 10 โมงเช้า แล้วเว้นวรรคมาดูอีกทีช่วงเย็นตั้งแต่บ่าย 3 โมงไปจนถึงช่วงพระอาทิตย์ตกดินจึงจะไม่ร้อน”

เพราะอยากเป็นคนฉลาด “ตะลอนเที่ยว” เลยต้องรอ เวลาชมโบกในช่วงเย็นตามคำแนะนำของ อ.เรืองประทิน เมื่อถึงเวลาอันสมควรแดดร่มลมตกแล้ว จึงเดินทางไปที่ “หาด สลึง” บริเวณบ้านสองคอน หาดทรายที่ทอดยาวจากปากห้วยกะหลาง มีความยาวประมาณ 700-800 เมตร หาดแห่งนี้ได้รับการขนานนามจากนักท่อง เที่ยวว่าเป็น
“พัทยาแห่งโพธิ์ไทร”


โบกหินรูปสะพานโค้งที่สามพันโบก
นักท่องเที่ยวมาเที่ยวสา มพันโบกส่วนใหญ่จะนิยมล่องเรือจากหาดสลึงไปสามพันโบก ครั้งนี้ “ตะลอน เที่ยว” ก็ขอลองนั่งเรือกับเขาบ้าง เรือท่องเที่ยวที่นี่ จะเป็นเรือเหมาเที่ยวละ 1,000 บาท ลำหนึ่งนั่งได้ 20-30 คนทีเดียว ฉะนั้น มาเป็นแก๊งก๊วนจะคุ้มค่ามากกว่า หากต้องการนั่งเรือจากจุดนี้ เรือพาล่องพร้อมมีมัคคุเทศก์น้อยอีกหนึ่งชีวิต ไว้คอยชี้บอกข้อมูลในแต่ละจุดให้ มัคคุเทศน์น้อยที่นี่ไม่มีค่าตัว แล้วแต่เมตตาที่นักท่องเที่ยวจะให้

เรือพาล่องมาที่จุดแรกคือที่ “ปากบ้อง” ซึ่ง เป็นจุดที่แม่น้ำโขงแคบที่สุดตลอดระยะทางยาวกว่า 700 กิโลเมตร โดยมีความกว้างของแม่น้ำเพียง56 เมตร เท่านั้น ชาวบ้านในละแวกนั้น มีอาชีพจับปลาซึ่งยังคงใช้วิถีชีวิตและเครื่องมือจับปลาแบบโบราณ อยู่ ในช่วงประมาณปลายเดือน ม.ค.-ก.พ. จะมีประเพณีแข่งตักปลาซึ่งเป็นสีสัน แห่งสายน้ำของที่นี่

มุมนี้มีโบกหินรูปหัวสุนัข
จากปากบ้องล่องเรือผ่าน แก่งหินใหญ่กลางลำน้ำโขง ที่เรียกขานว่า “หินหัวพะเนียง” หิน ที่ทำให้แม่น้ำโขงแยกออกเป็นสองสาย หรือสองคอนในภาษาท้องถิ่น จึงเป็นที่มาของชื่อบ้านสองคอนในละแวกใกล้เคียงกับหินหัวพะเนียง นั้นยามที่น้ำโขงลดต่ำยังมี “ถ้ำ” ที่มีความสวยงาม โผล่พ้นให้ชมอีกหลายแห่ง อาทิ ถ้ำนางเข็นฝ้าย ถ้ำนางต่ำหูก เป็นต้น

ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สามพันโบกอีกหนึ่งอรรถรสการเที่ยว
แล้วล่องเรือผ่านสามพันโบก ไปก่อนเพื่อไปชม “ศิลาเลข” ที่ฝรั่งเศสมาทำเอาไว้ เพื่อบอกระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ ในสมัยที่ฝรั่งเศสปกครองลาว ฝรั่งเศสมีความพยายามที่จะเปิดเส้นทาง สัญจรและขนส่งทางแม่น้ำโขง แต่ก็ไม่สามารถทำได้สำเร็จ เพราะติดที่ระหว่างทาง มีแก่งหินใหญ่น้อยมากมายเหลือเกินขวางกั้นอยู่

โบกหินที่นี่มีหลากหลายรูปแบบทั้งเล็ก-ใหญ่
เมื่อใกล้เวลาพระอาทิตย์ตก ดิน คนขับเรือก็มาล่องวนมาที่ “สามพันโบก” ก่อนด้วยเกรงว่าหากแวะจุดอื่นต่อไปเราอาจจะพลาดการชมความงานของสาม พันโบกยามเย็นได้ หากสงสัยว่าโบกคืออะไร โบก หมายถึง หลุม แอ่ง บ่อ ในที่นี้คือ บ่อน้ำลึกในแก่งหินใต้ลำน้ำโขง เป็นภาษาของลาวที่มักนิยมเรียก กัน หรืออีกสมญานามหนึ่งที่ได้รับขนานนาม คือ 'แกรนด์แคนยอนน้ำโขง' และยังถูกจัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง ใน “โครงการ 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน” ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สามพันโบกมีอาณาบริเวณราว 10 ตร.กม. ไฮไลต์คือ “สระมรกต” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่ “บุ่งน้ำใส” สระน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่กลางโบกเนินแก่งหินลึกราว 3 เมตร ที่ไม่ว่าจะเป็นฤดูใดก็จะมีสีเขียวมรกตตลอดทั้งปี แต่น้ำใสที่สุดในเดือน ธ.ค. ที่น่ามหัศจรรย์ยิ่งกว่าก็คือ ไม่ว่าระดับน้ำโขงจะเพิ่มจะลดอย่างไร น้ำในสระก็จะคงที่อยู่ในระดับเต็ม โบกเสมอ

เดินเลียบเลาะแลมองบุ่งน้ำใสหรือสระมรกต
สามพันโบกยังเป็นส่วนหนึ่งของ ระบบนิเวศสมดุล เพราะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดในลำน้ำโขงตาม ธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เดิมสามพันโบกมีชื่อว่า “ปู่ จกปู” จากตำนานพื้นบ้านเล็กๆ ที่เล่าเรียงถึงปู่กับหลานคู่หนึ่ง ลงเรือลอยลำหาปลากลางลำน้ำโขง และได้มาแวะพักยังโบกแห่งนี้ ฝ่ายหลานเกิดอาการหิวขึ้นมา ปู่จึงเอามือล้วงเข้าไปในหลุมโบก จับได้ปูมาทำเป็นอาหารมื้อโอชะให้หลานได้อิ่ม

การล่องเรือชมสามพันโบกเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่นักท่อง เที่ยวนิยม
สามพันโบก โด่งดังจากการถูกคัดเลือกให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์ใน ภาพยนตร์โฆษณาของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชุด (พี่)'เบิร์ดชวนเที่ยว' ด้วยสีสันของโบกที่มีรูปร่างลักษณะแล้วแต่จะ จินตนาการ ทั้ง โบกมิกกี้เม้าส์ โบกส่องดาว โบกรูปหัวใจ โบกที่ใหญ่สุดและลึกที่สุด โบกหัวสุนัข โบกสะพานโค้ง ความงดงามของสามพันที่ยากจะลืม คงเป็นช่วงที่แสงทอประกายกระทบกันโขดหินจน ทำให้โขดหินเปลี่ยนเป็นสีส้มนี่แหละจับตาจับใจยิ่งนัก

โขดหินแปลกตาที่หาดหงส์
มหัศจรรย์และแสนจะงดงาม แบบนี้ ก็ยังมีปัญหาที่ทำให้ต้องมีการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือ โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย ลาว กัมพูชา ในการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงสายหลักทางตอนล่าง 11 โครงการ มี 2 โครงการอยู่บริเวณพรมแดนไทย-ลาว ประกอบด้วย เขื่อนปากชม และเขื่อนบ้านกุ่ม เขื่อนบ้านกุ่ม ซึ่งมีแผนการสร้างบริเวณบ้านท่าล้ง ถ้าหากการก่อสร้างสำเร็จขึ้นมาเมื่อใด สามพันโบกก็จะเป็นหนึ่งในพื้นที่บริ เวณหลังเขื่อน พูดง่ายๆ ก็คือ เมื่อเขื่อนสร้างเสร็จ สามพันโบกก็จะจมหายไปกับสายน้ำหลังเขื่อนคงเป็นที่น่าเสียดายมาก หากต้องเสียสามพันโบกไป

หาดสลึงจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาขึ้นเรือ
อยากย้ำความงดงามกันอีกครั้ง ด้วยแสงยามเช้าที่สามพันโบก เลยต้องตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น แล้วเดินทางมุ่งสู่หน้าสู่สามพันโบกแต่เช้ามืด เร่งรีบมาเพื่อแสงแรกของวันใหม่และก็ไม่ทำให้ผิดหวัง โบกยามเช้างดงามไม่ต่างจากยามเย็น แถมยังเป็นส่วนตัวเหมือนสามพันโบก เป็นของเรา

โบกเล็กโบกน้อย
อิ่มหนำกับสามพันโบกแล้วก ลับมาเช่าเรือชาวบ้าน ที่มีให้เช่าที่ริมฝั่งสามพันโบกอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้พาไปชมสถานที่ซึ่งพลาดในเมื่อวาน โดยการล่องเรือจากสามพันโบกนี้สนนราคาอยู่ที่ 300-400 บาทแล้วแต่ขนาดเรือ เรือจะเป็นเรือลำเล็กกว่าเรือที่ล่องมาจากหาดสลึง และจะล่องในส่วนที่เป็นลำน้ำนิ่งที่ขนานกับลำน้ำโขง

โขดหินใหญ่จะงดงามมากยามต้องประกายแสงอาทิตย์
เราปล่อยให้เราพาล่องไป จนสุดสายที่ “บุ่งพระลาน” แล้วขึ้นชม “ลานหินสี” หิน สีอันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติสีที่เด่นๆ ก็เห็นจะเป็นสีแดง ไกด์ชาวบ้านที่พามา บอกว่าหินเหล่านี้เชื่อกันว่าเป็นหินอุกกาบาตมีมุม พิเศษที่ใครๆ ชอบกันมากก็คือ หินรูปโซฟา

รอยเท้าบนผืนทรายที่หาดหงส์
แล้วลงล่องเรื่อต่อเพื่อมา ยัง “หาดหงส์” กองภูเขาทรายที่สูงใหญ่ ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในทะเลทรายก็ไม่ปาน จนไม่อยากจะเชื่อว่ากำลังเดินย่ำทรายที่อุบลฯ ในเมืองไทย ที่นี่นอกจากหาดทรายแล้วยังมีรอยเท้าหนูตัวใหญ่กับการปลูกถั่วฝักยาว แบบไร้สารพิษของชาวบ้าน ดังนั้นจึงจะเห็นภาพวิถีชีวิตที่มีชาวบ้านล่อง เรือมาเก็บถั่วฝักยาวกันที่นี่ด้วย เดินเที่ยวจนทั่วหาดหงส์แล้วก็ลง เรือกลับสามพันโบกแบบเต็มอิ่มหัวใจ แต่ไม่เคยพอต้องขอมาใหม่อีกหลายๆ หน

การชมโบกที่เหมาะสมต้องช่วงเช้าและเย็น
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
สนใจท่องเที่ยว “สามพันโบก” และการเดินทาง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อบต.สองคอน อ.โพธิ์ไทร โทร.0-4533-8057, 0-4533-8015 และสามารถสอบถามแหล่งท่องเที่ยวใน จ.อุบลฯ เชื่อมโยงกับสามพันโบกได้ที่ ททท.สำนักงานอุบลฯ โทร. 0-4524-3770, 0-4525-0714

No comments: